Category: ธรรมะ น่ารู้


ความทุกข์เป็นความจริงอันประเสริฐ

เพราะตัวความทุกข์เองมีคุณสมบัติ

ที่พร้อมจะคลี่คลายเป้นความสุข

ในลักษณะความทุกข์อยู่ที่ไหน ความสุขก็อยู่ที่นั้นประการหนึ่ง

และอีกประการหนึ่ง คือ ความทุกข์สามารถเปลี่ยนเป็น ” แรงบันดาลใจ”

ให้ค้นพบความสุขที่ยิ่งใหญ่ ทั้งความสุขส่วนบุคคล

ความสุขส่วนรวมระกับมนุษย์ชาติ และความสุขสูงสุด

คือ พระนิพานอันเป็นสภาวะสิ้นทุกข์โดยสมบูรณ์

ข้อคิดประจำวัน จากธรรมะสวัสดี / ภาพจากการท่องเที่ยว รู้ไหม…? ทำไมน้ำตกถึงสวย…

พ่อ : รู้มั้ยลูก…ทำไมน้ำตกถึงสวย…
ลูก : ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ…

พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก……ที่น้ำตกสวยน่ะ… …เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก…
ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ…
พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า…

…เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว…
…น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที..
…เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก…ไม่เห็นแก่ตัว…
…แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้..
…น้ำตก..ถึงสวย…
…และน้ำตก..จึงยังคงเป็นน้ำตก…ที่มีเสน่ห์..ไงละ

ข้อคิดจากเรื่องนี้… อย่าลืมน่ะลูก…
ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก…
ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตก..
หากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูก…
อย่าเก็บสิ่งดี ๆ นั้นไว้..คนเดียว..
ลูกต้องเรียนรู้ที่จะ…แบ่งปัน…ออกไปให้มากที่สุด
มีก็แต่คนที่ “ให้” ออกไปเท่านั้นแหละ…ลูก..
จึงจะเป็นคนที่ “ได้รับ” อย่างแท้จริง…

ดั่งที่ได้อ่านกันมาแล้วข้างบนเมื่อคุณได้รับสิ่งดี ๆ แล้วก็อย่าเก็บไว้คนเดียวนะ แบ่งปันสิ่งที่ดีและสวยงามให้คนที่คุณรักและรู้จักนะ แล้วจะได้ความรัก สิ่งที่ดี ๆ นั้นกลับมาตอบแทน สาธุ

ความตายเป็นสัจธรรมในทางพุทธศาสนา ความตายเดินทางมาถึงเมื่อไร เราก็สบายใจเมื่อนั้น เพราะความตายก็คือ การปิดฉากชีวิตในชาตินี้

ความตายนั้นเป็นทั้งจุดจบ ขณะเดียวกันก็เป็นทั้งการเริ่มต้นอยู่ในตัว

ทุกคนเมื่อเกิดมาล้วต้องผ่านบทเรียน  2รูปแบบ

1.บทเรียนที่แสนยาก อันได้แก่ การพลัดพลากจากคนเป็นที่รัก

2 บทเรียนที่แสนง่าย นั้นก็คือ บทเรียนการแก้ปัยหาในชีวิตประจำวันของเรา

การพลัดพรากมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ

1 การพลัดพรากแบบเปิดเผย คือ การพลัดพรากเมื่อคนใดคนหนึ่งเดินออกไปจากชีวิตของเรา สิ่งนั้นคือ การตายจาก

2 ความพลัดพรากแบบปกปิด คือ การพรากจากคนที่เรารัก (ในทุกรูปแบบของแต่ละคน) ตลดเวลาในชีวิตประจำวันของ้รานั้นเอง

ขืนทำ……. จะช้ำใจ……..

อย่าทำงานจนป่วยตาย
อย่ามีตวามสุขที่ผิดศีลธรรม
อย่าจำแต่เรื่องเลวร้าย
อย่ากลัวที่จะก้าวไปข้างหน้า
อย่าบ้าฟังคำคนสอพลอ
อย่าลืมใครผู้เคยทำคุณ

สร้างให้เสร็จ………….

สร้างความขยันแล้ว อย่าลืมสร้าง ความรู้จักพักผ่อนด้วย
สร้างหนังสือแล้ว อย่าลืมสร้าง ความรักการอ่านด้วย
สร้างอนาคตแล้ว อย่าลิมสร้าง ความอยู่กับปัจจุบันด้วย

โปรดอย่าลิม …………

อย่าลืม ว่าวันหนึ่งเราจะแก่
อย่าลืม ว่าวันหนึ่งเราจะเจ็บ
อย่าลืม ว่าวันหนึ่งเราจะตาย
อย่าลืม ว่าวันหนึ่งเราจะพลัดพราก
อย่าลืม ว่าชีวิตมิใช่ “ของเรา”
อย่าลืม ว่าชีวิตเป็นทุกข์
อย่าลืม ว่าเวลาไม่อาจรีไซเคิล

นัยอันลึกล้ำของคำว่า ” ขอบคุณ “

ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ 

ขอขอบคุณหนังสือ ของท่าน ว.วชิรเมธี เรื่อง ความทุกข์มาโปรด คสามสุขโปรยหราย

 

 

เวลาของชีวิต อาจไม่ได้ทำให้เราต้องผิดหวังตลอดไป เป็นเพราะชีวิตไม่ได้ผูกติดกับมิติของเวลา เราจึงไม่ควรเอาเวลาขณะนี้ซึ่งกำลังผิดหวังท้อแท้ท้อถ้อย มาตัดสินชีวิตทั้งชีวิตและอนาคตในวันพรุ่งนี้ แต่กลับจะต้องสงบสติ พลิกความคิดใหม่ ให้เป็นไปในทางที่ดีและมีความหวัง

 

 

 

 

ว่าวจะขึ้นสูงได้ก็เพราะแรงลม หากไม่มีลม ว่าวก็ไม่มีโอกาสขึ้นสู่ที่สูง หากไม่มีแรงต้านให้            เผชิญ ก็เหิรสู่ฟ้าไม่ได้ ว่าวเปรียบเสมือนเป้าหมายแห่งความสำเร็จ ลมจึงเปรียบเสมือนแรง          ต้านและอุปสรรค

 

 

ชีวิตที่เกิดมามีเรื่องที่ต้องเสียใจเป็นปกติธรรมดา

ชีวิต …………….. เปรียบง่าย ๆ เหมือนกับการเกิดมาในโลกเกิดมาก็มาคนเดียว จะไปก็ไปคนเดียว

เมือมีความทุกข์เกิดขึ้น

ถ้าเราขาดสติ เราจะมองไม่เห็นทุกข์

แต้ถ้าเรามีสติเราจะเห็นความทุกข์

ทันทีที่เราเห็น ความทุกข์จะเปลี่ยนคุณภาพเป็นความสุข

ด้วยเหตุนี้พระพุทธองค์จึงตรัสว่า ความทุกข์เป้นความจริงอันประเสริฐ เพราะความทุกข์นำมาซึ่งความสุข

———————————

แท้ที่จริงความทุกข์ก็คือรูปแบบหนึ่งของความสุข เพราะความทุกข์ และ ความสุขล้วนพึ่งพาอาศัยกันและกัน

เขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น เรามองไม่เห็น ถ้าเราเห็นด้วยปัญญา เราจะขอบคุณความทุกข์

—————————————————————————————–

ความทุกข์ คือ เมล็ดพันธ์ของความสุข

ความทุกข์ คือ เมล็กพันธ์ของความสำเร็จ

ความทุกข์ คือ เมล็ดพันธ์ของสิ่งดีงามชั้นเลิศในชีวิตของเรา

————————————————————

ถ้าทุกข์ธรรมดาก็ถือว่าเป็น ครูประถม

ถ้าทุกข์หนัก ๆ ก็ถือว่าเป็น ครูมัธยม

แต่ถ้าทุกข์หนักจนน้ำตาเล็ด ก็ถือว่าเป็น ครูระดับมหาวิทยาลัย

————————————————————-

คนที่ไม่ป่วยกายเลยตลอด  120 ปี ก็ยังพอหาได้

แต่ไม่ป่วยใจเลยเพียง 1 นาที นั้นหายากยิ่งยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร

——————————————————————

เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า นี่ คือ

ฉากสุดท้ายที่ทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

————————————–

 

บางครั้ง ด้านที่มืดมนชองชีวืต นั้น ไม่ได้หมายความว่า ไม่ดี ที่จริงแล้วดีมาก เพราะมันทำให้เราเข้มแข็ง    ทำให้เราซึมซับบทเรียน นอกจากมุ่งมั่นที่จะชนะแล้ว คนเรายังต้องเรียนรู้ที่จะแพ้ด้วย หากเรามองโลกในแง่บวก มองโลกในแง่ดีแล้ว เราจะรู้ว่าแพ้ไม่ใช่ไม่ดี ล้มเหลวไม่ใช่ไม่ดี บาดเจ็บไม่ใฃ่ไม่ดี มืดมนไม่ใช่ไม่ดี  เราจะหาประโยชน์ได้แม้จากสิ่งที่แย่ที่สุด เราต้องพร้อมจะเรียนรู้ชีวิตทั้งด้านที่ชื่นชมและขมขื่น เพราะถ้าเราเรียนรู้เฉพาะด้านที่ชื่นชมเราจะกลายเป็นคนที่เข็มแข็ง  แต่อ่อนแอ

เข็มแข็ง แต่ออ่นแอ หมายความว่า ถ้ายังไม่เจอเหตุการณ์อะไรในทางที่เสียหายเราจะยังคงเข้มแข้ง แต่พอเจอเหตุการณ์นั้นเข้าจริง ๆ เราถึงจะรู้ว่า เอาเข้าจริงแล้วเราอ่อนแอ ดังนั้นเราเข็มแข็งสลับอ่อนแอไปเรื่อย ๆ ดีกว่า เพราะวันหนึ่งถ้าถึงจุดที่เราขึ้นสูงสุด เราก็จะพร้อมเผชิญกับทุกด้านของชีวิต

ทางพระพุทธศาสนา บอกเอาไว้ว่า กติกาของการเกิดมาในโลก ซึ่งพวกเราควรจะรู้นั้น มีอย่างน้อย 5 ประการด้วยกัน กล่าวคือ

1. เราทุกคนเกิดมาแล้วมี ” ความแก่เป็นธรรมดา ” ไม่มีใครหลุดพ้นความแก่ไปได้

2. เราทุกคนเกิดมาแล้วมี ” ความเจ็บเป็นะรรมดา ”  ไม่มีใครหลุดพ้นความเจ้บไปได้

3. เราทุกคนเกิดมาแล้วมี ” ความตายเป็นธรรมดา ” ไม่มีใครล่วงพ้นความตายไปได้

4. เราทุกคนเกิดมาแล้วมี ” อันต้องพลัดพรากจากคนที่รัก และของรักเป็นธรรมดา ” ไม่มีใครจะล่วงพ้นความพลัดพรากไปได้

5.เราทุกคนเกิดมาแล้วล้วนมี ” กรรมเป็นของตน ” เราทำดี หรือ ทำชั่วไว้ที่ไหนก็ตาม สุดท้ายเราต้องเป็นคนรับผลของกรรมนั้นด้วยตัวเอง

แก่เป็นธรรมดา   เจ็บเป็นธรรมดา   ตายเป็นธรรมดา   พลัดพรากเป็นธรรมดา   และมีกรรมเป้นธรรมดา

ทั้ง 5 นี้แหละ ที่ทำให้  ” คน ” ทุกข์แทบล้มประดาตาย

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก หนังสือของท่าน ว วชิรเมธี เรื่อง เปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชค เหลี่ยน โรคให้เป็นครู

ขอบคุณ ความไม่มี…. ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้

ขอบคุณ ตวามยากจน…. ที่ทำให้เป้ยคนมุมานุ

ขอบคุณ ความล้มเหลว…. ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

ขอบคุณ ความผิดพลาด…. ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม

ขอบคุณ ความริษยา…. ที่ทำให้กล้าสร้งสรรค์สิ่งใหม่

ขอบคุณ คำวิพากย์วิจารณ์….. ที่มำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ

ขอบคุณ ความไม่รู้…..ที่มำให้รู้จักครูชื่อประสบการณ์

ขอบคุณ ความผิดหวัง….. ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นใหม่

ขอบคุณ ศัตรูที่อกรางกล่้า….. ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ

ขอบคุณ  ความทุกข์….. ที่ทำให้รู้ความสุขมีค่าแค่ไหน

ขอบคุณ ความพลัดพราก….. ที่ทำให้เราสละจากความยืดติดยึดมั่น

ขอบคุณ ความตาย….. ที่ทำให้ฉากสุดม้ายของชีวิตสมบูรณ์

ชีวิตคนเราก็เปรียบเสมือนกับผลไม้ลูกหนึ่ง สุกคาต้นเต้มที่แล้ววันหนุึ่งก้ร่วงลงมา หรือฃีวิตคนก็เหมือนตะเกียงที่เราจุดเอาไว้ โดยมีโอกาสที่มันจะดับตลอดเวลา เพราะเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. เพราะน้ำมันหมด    2.เพราะไส้หมด      3. น้ำมันไม่หมด ไส้ไม่หมด  แต่ว่าถูกลมพัด ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนั้น

บทความทั้งหมดนี้จาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี จากหนังสือ เรื่อง เปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชค เปลี่ยนโรคให้เป็นครู

 

ข้อคิดและสาระน่ารู้

ข้อคิดและสาระน่ารู้

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 54 other followers

%d bloggers like this: