มีคุณตาอายุมากท่านหนึ่ง ร่างการไม่แข็งแรงเจ็บป่วยด้วยโรคชรา แต่จิตใจของท่านในเรื่องการปฏิบัติธรรมนั้นเข็มแข็งโลดโผนแตกต่างจากผู้อื่นมาก สามารถรู้เห็นสิ่งแปลก ๆ เช่น วิญญาณ เทพ พรหม เทวด และ สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในโลกทิพย์ ที่คนธรรมดาไม่สามารถรู้เห็นได้ และ สามารถรู้วาระจิตของคนอื่นด้วย ( มีคนพิสูจน์มาแล้ว )  ท่านแล้วว่า ท่านเคยได้สนทนาธรรม กับหลวงปู้เทสก์ เทสรังสี โดยทางสมาธิจิต ขฯะนั้นจิตของท่าน และ หวลงปู่ลอยอยู่บนอากาศเหนือป่าไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง

คุณตาท่านมีความปรารถนาที่จะบวชเป็นพระมานานแล้วแต่ติดที่ร่างกายไม่อำนวย ท่านก็เลยพูดกับหลวงปู่เทสก์ขึ้นว่า ” หลวงปู่ครับ กระผมอยากจะบวชครับ ” หลวงปู่ตอบกับคุณตาว่า ” โยมมองลงไปดูข้างล่างซิ…… เห็นต้นไม้ในป่ามากมายนั้นไม๊ ” คุณตาตอบว่า ” เห็นครับ มีต้นไม้เต็มป่าไปหมดเลย ” แล้วต้นไม้ในป่านี้มีต้นไม้ ที่เป็นต้น  ” เป็นไม้ยืนต้น และ ไม้ตายยืนต้น ”  อย่างไหนที่มากกว่ากัน หลวงปู่ถาม คุณตาตอบว่า ” อ๋อ….ก็ต้องไม้เป็นยืนต้น้ขียวซิครับ ที่มากกว่า ไม้ตายยืนต้นแห้ง ๆ ที่ตายแล้วนาน ๆ จะเจอสักต้นหนึ่ง ” หลวงปู่ถามต่ออีกว่า ” เออ…..แล้วไม้เป็นยืนต้น กับ ไม้ตายยืนต้นแบบไหนทำฟืนได้ดีกว่ากันล่ะ ” ก็ไม้ตายยืนต้นแห้ง ๆๆ ซิครับ ….. ทำฟืนได้ดีกว่ามันแห้งอยู่แล้วโดนไฟก็ใช้ได้เลย ส่วนไม้เป็นยืนต้นกว่าจะใช้ทำฟืนได้ต้องเอาใบสด ๆ  ออกใช้เวลาตากแดแ รอให้แห้งก่อนจึงใช้ประโยชณ์ตามต้องการได้ครับ ”  คุณตาตอยอย่างมั่นใจ  หลวงปู่เห็นดังนั้น ก็เลยได้โอกาสอธิบายต่อไปว่า ” เออแล้วการบวช และ ไม่บวช มันต่างกันอย่างไรล่ะ  มันก็เหมือนกันกับไม้เป็นยืนต้น กับ ไม้ตายยืนต้นนั้นแหละ คนที่กิเลสมากเหมือนไม้เป็น บวชมาแล้วก็ต้องมีกฏเกณท์ คือ ศีล 227 มีข้อวัตรปฎิบัติต่าง ๆ มาบังคัลฝึกฝนให้กิเลสเบาบาง มีเครื่องแบบ คือ ห่มผ้าเหลืองประกาศให้คนทั่วไปรู้ว่าตัวเองเป็นนักบวช จะได้สำรวมระวังไม่ทำอะไรที่ไม่ดีไม่งามได้ง่าย ๆ ส่วนคนที่มีกิเลสน้อง หรือ หมดกิเลส ก็เหมือนกับไม้ตายยืนต้น ทำประโยชน์ได้เลย  จะบวชหรือไม่บวชจะห่มผ้าเหลือง หรือ ไม่ห่มผ้าอะไร มันก็เป็นพระอยู่ในจิตใจแล้ว